ขออธิบายที่มาของคำศัพท์ก่อน

ต้นเรื่องนั้นมีอยู่ว่า ได้มีบุคคลๆหนึ่ง วิเคราะห์ผลงานๆหนึ่งว่า
ผ้าม่านสีน้ำเงินในผลงาน มีความหมายในการแสดงอารมณ์ที่หมองเศร้า
แต่ผู้ที่สร้างผลงาน ได้ออกมาบอกว่า มันไม่ได้มีความหมายอะไรทั้งนั้น

ซึ่งประเด็นมันก็มีเพียงอยู่ที่
ผู้วิเคราะห์ผลงานได้ตีความความหมายของผลงานผ่านประสบการณ์ของตัวเอง
โดยที่มันเลยสิ่งที่ศิลปินได้ตั้งใจใส่ลงไปในผลงานเท่านั้น

Image result for The Hitchhiker's Guide to the Galaxy

นอกจากเรื่องนี้แล้ว ก็ยังมีตัวอย่างอื่นๆที่คล้ายกัน
เช่น สัจธรรมเลข42ใน The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy
ซึี่งผู้อ่านผลงานต่างออกมาตีความว่าหมายถึงอะไร
แล้วผู้แต่งออกมาเฉลยทีหลังว่า จริงๆเป็นเลขที่เขาสุ่มมาอย่างไม่มีความหมายอะไรทั้งนั้น

ทว่า

เนื่องจากว่า มันไม่ได้ตรงกันกับเจตนารมณ์ของผู้สร้างผลงาน
จึงมีแนวความคิดที่ว่า ผู้วิเคราะห์ผลงานนั้นผิด
และ ผู้วิเคราะห์ ควรที่จะตีความได้แต่สิ่งที่ผู้สร้างผลงานตั้งใจจะสื่อเท่านั้น

ซึ่ง

ผมขอสรุปเอาไว้ตรงนี้ก่อนว่า
มันเป็นวิธีการคิดที่งี่เง่ามาก

และจะขออธิบายว่า
เพราะอะไร คุณถึงไม่ควรจะเอา Blue Curtain
มาใช้ในการวิเคราะห์ผลงาน


 

1 – ถ้าไม่ได้ไปถามผู้สร้างผลงานโดยตรง มันแทบจะเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
ที่ผู้วิเคราะห์ จะสามารถตีความให้ตรงตามความคิดของผู้สร้างผลงานได้

ในการตีความของผลงานนั้น
ผู้วิเคราะห์จะทำผ่านความรู้และประสบการณ์ที่ตัวเองมี
ซึ่งบุคคลแต่ละคนย่อมจะมีต่างกัน
เช่น เมืองที่เติบโตขึ้นมา ศาสนาที่ตัวเองเชื่อ วัย การศึกษา และอื่นๆ
จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่คนสองคนจะมีความรู้สึกร่วมให้เหมือนกันได้

ยกตัวอย่าง Persona4 มีสีเหลืองเป็น Theme Color

Image result for persona 4

ถ้าคุณไม่คิดอะไรมาก คุณก็อาจจะเห็นว่าสีมันสวยก็เท่านั้น

แต่ในวัฒนธรรมตะวันตกบางแห่ง
สีเหลืองหมายถึงการหลอกลวง เพราะเป็นสีของJudas
ซึ่งก็มีชาวตะวันตกบางส่วนตีความเช่นเดียวกันว่า
สีเหลืองใน Persona4  มีความหมายเดียวกันอยู่

Holbein (1524-25)

แต่ถ้ามาทางตะวันออกอย่างจีน
สีเหลืองคือสีของความยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์
หากเนื้อเรื่องมันเกิดขึ้นในจีนแทนญี่ปุ่น
ความหมายมันก็จะไม่ตรงกับตัวผลงาน
ความเห็นที่ว่า สีเหลืองนั้นเลือกไปเพื่อให้ดูสวย ก็ยังพอฟังขึ้นอยู่

 

Image result for yellow emperor

ซึ่ง

ถ้าคุณไม่ไปถามผู้สร้างPersona4โดยตรง
คุณก็ไม่มีทางจะรู้ว่าเขาจงใจเลือกเพื่อสื่อความหมายอะไรหรือเปล่า

ฉนั้น

ถ้าคุณจะมาบอกว่า
ผู้วิเคราะห์ ควรที่จะตีความได้แต่สิ่งที่ผู้สร้างผลงานตั้งใจจะสื่อเท่านั้น

โลกนี้ก็จะมีแต่คนโง่ที่ไม่สามารถตีความผลงานได้เต็มไปหมด
เสร็จแล้วการวิเคราะห์วิจารณ์ก็จะไม่เกิด
เพราะใครจะพูดอะไรก็ผิด จนไม่อยากจะมาออกความเห็นกัน


 

2 – การตีความผลงานแล้วไม่เห็นอะไร
กับการบอกว่าผู้สร้างผลงานไม่ได้คิดอะไร
เป็นคนละเรื่องกัน

ภาพด้านล่างนี้มาจากเรื่อง Battleship Potemkin
ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่มีองค์ประกอบศิลป์และสัญศาสตร์ที่ดีที่สุดในโลกผลงานหนึ่ง

Image result for battleship potemkin

ฉากๆนี้เกิดขึ้นก่อนช่วงปฏิวัติโซเวียต
เป็นตอนที่ทหารรัสเซีย สังหารหมู่ประชาชน
และมีผู้หญิงอุ้มลูกขึ้นมายืนต่อต้าน

นอกจากเรื่องทางสัญศาสตร์การเมืองแล้ว
การจัดแสงไฟและการวางมุมกล้อง
ยังสื่อถึงความขัดแย้งและการกดขี่ด้วย

หากผู้ชมมีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์รัสเซียอยู่
ก็อาจจะเข้าถึงเนื้อหาตรงนี้ได้มากกว่าคนอื่นๆ

แต่

หากผู้ชมดูแล้ว ไม่สามารถรู้สึกถึงความหมายตรงนี้
และบอกว่า ตัวเองไม่เห็นว่ามันจะมีความหมายอะไร
นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ชมจะผิด
เพราะผู้ชมจะต้องมีความรู้เฉพาะด้านอยู่ ถึงจะเข้าถึงผลงานได้

ทว่า

มันเป็นคนละเรื่องกัน
กับการเอา Blue Curtain มาเป็นประเด็นพูด

เพราะ Blue Curtain มันเป็นการพูดสรุปก่อนไว้แล้วว่า
ผู้สร้างผลงานไม่ได้คิดอะไร
มันจึงไม่ได้มีความหมายอะไรทั้งนั้น

ซึ่งนี่

มันแย่พอๆกันกับการบอกให้เขียนเรียงความว่า อะไรคือศิลปะ
แล้วเขียนส่งมาว่า สำหรับแต่ละคนศิลปะมีความหมายต่างกัน
แต่ไม่เขียนสรุปต่อว่า
สำหรับตัวเองแล้วศิลปะคืออะไร
เพราะขี้เกียจจะคิด

หรือพูดง่ายๆเลยก็คือ
มันเป็นการกล่าวที่ไม่มีเนื้อหาอะไรจะบอกเลย
เสียเวลาที่จะฟังมาก

ถ้าจะยกตัวอย่างที่ดังกว่านี้หน่อย

มันพอๆกันกับการจะพูดว่า Mona Lisa ไม่ได้มีความหมายอะไร
แล้วพวกนักประวัติศาสตร์ศิลป์ที่พยายามจะตีความ
มาพูดมโนไร้สาระเอาเอง

Image result for mona lisa

นอกจากจะเป็นการพูดที่ไม่มีเนื้อหาอะไรทั้งนั้น
ยังเสียมารยาทต่อผู้สร้างและผู้วิเคราะห์ผลงานเป็นอย่างมาก

 


 

3 – การสร้างวาทะกรรมและความรู้สึกของผู้ที่เสพผลงาน

ข้อนี้ ขอพูดสรุปก่อนว่า
ผู้สร้างผลงาน มีพันธะที่จะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองได้สร้างไว้

ยกตัวอย่าง ละครไทย

Image result for ละครข่มขืน

อันนี้ไม่ขอพูดอะไรมาก
เพราะคิดว่าคงจะเห็นคนอื่นถกกันเรื่องนี้อยู่เยอะแล้ว

ขอพูดสั้นๆว่า

ไม่ว่าผู้สร้างผลงานจะจงใจหรือไม่
วาทะกรรมที่เกิดขึ้นในผลงาน
จะถูกตีความและรับรู้โดยผู้ชมโดยอัตโนมัติ

ทว่า

Blue Curtain ได้สร้างข้อโต้แย้งไว้ว่า
ผู้วิเคราะห์ ควรที่จะตีความได้แต่สิ่งที่ผู้สร้างผลงานตั้งใจจะสื่อเท่านั้น

นั่นหมายความว่าอย่างไร?

พูดง่ายๆเลยก็คือ
ผู้สร้างผลงาน ไม่มีความจำเป็นจะต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น
เพราะไม่ได้ตั้งใจที่จะสื่อออกมาอย่างนั้น
ผู้ชมคิดกันเอาเอง

และนี่ ก็ยังมีความต่อเนื่องกับการพูดในชีวิตประจำวันด้วย
มันเป็นแนวคิดเดียวกันกับว่า

ก็แค่พูดล้อเล่น – หลังพูดว่า มึงตัวดำขนาดนี้แล้วยังมาคอสอีก
มันเป็นแค่ละคร – แล้วพูดลวนลามผู้หญิงว่า เดี๋ยวก็ข่มขืนหรอก
พูดรู้เท่าไม่ถึงการณ์แล้วจะไม่ผิด – เพราะแทบไม่เห็นข่าวคนพูดถูกลงโทษอะไรเลย
หรือการพูดว่า ญี่ปุ่น จีน เกาหลี พม่า อเมริกา เขมร ฝรั่งเศส และประเทศอื่นๆ แม่งเลว ก็ดี

ทั้งๆที่วาทะกรรมเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากสื่อกันทั้งนั้น

ฉนั้น ผู้ที่สร้างสรรค์ผลงาน จะต้องมีความรับผิดชอบต่อผลงาน
และกับวาทะกรรมที่ตัวเองได้สร้างเอาไว้

นอกไปจากนี้ นี่จึงเป็นเหตุที่ว่าทำไมระบบเรตติ้งถึงมีความสำคัญ
เพราะมันเป็นการคัดกรองผลงาน
ไม่ให้ผู้เยาว์ชมผลงานที่ตัวเองอาจยังไม่สามารถแยกแยะสิ่งถูกต้องออกไปได้

 


 

ขอสรุปว่า เพราะอะไรคุณถึงไม่ควรจะใช้ Blue Curtain
ในการวิเคราะห์ผลงาน

  1. ทำได้แต่จับผิดคนวิเคราะห์ว่าผิด เพราะตีความไม่ตรงกับคนสร้าง

  2. เสียมารยาท และไม่ได้พูดอะไรที่มีประโยชน์เลยทั้งนั้น

  3. เป็นข้ออ้างให้คนที่ไม่คิดจะรับผิดชอบผลงานของตัวเอง

 

………….
………
……
..
.

ส่งท้าย

นี่เป็นกรณีที่ต่อเนื่องกัน ที่น่าพอจะก่อดราม่าได้
ในรอบหน้าผมจะเขียนบทความอธิบายว่า

ทำไม

KanColle ถึงเป็นผลงานชั้นดี
แต่หนัง ตำนานพระนเรศ ของท่านมุ้ย ถึงเป็นหนังชั้นเลว

Image result for kancolle

Image result for ตำนานสมเด็จ 3

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s