อันนี้ขอไม่บอกที่มานะครับ แต่วันก่อนมีดราม่าสไลด์เรื่องการสอนศิลปะอยู่

บางเรื่องก็เห็นด้วย บางเรื่องก็ไม่เห็นด้วย ก็ไม่ได้ว่าอะไร
เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต

แต่ ปัญหานั้นมันมีอยู่ว่า คนที่เขียนสไลด์นั้นมาเขาไม่ได้มีฝีมือดีถึงขนาด
ซึ่งเจ้าตัวเขาก็รู้ตัวเองดีอยู่
คนที่เข้าไปอ่าน ก็เลยจะมีแนวมาด่าว่า

มีฝีมือแค่นี้แล้วมาพูดเหมือนรู้ดี มั่ง
น้องคนนี้ฝึกยังไม่พอ มั่ง
ทีคนที่ไม่ได้เรียนมาเขายังทำได้ มั่ง
อีนี่ขี้เกียจเอง มั่ง

และอื่นๆ

ซึ่ง….โจมตีตัวบุคคล แต่ไม่ได้แย้งเรื่องที่เขาพูด

ถ้าเป็นคนอื่นๆ ผมก็คงจะไม่มาสนอะไร
แต่เผอิญว่าคนที่ทำสไลด์นั้นขึ้นมาเขาเป็นเพื่อนผม
ก็เลยจะขอออกมาพูดปกป้องหน่อย
และอธิบายว่า มีอะไรบ้างที่ผมเห็นและไม่เห็นด้วยครับ

อย่างแรก
คนที่ทำสไลด์ขึ้นมา เขาทำงานในวงการอนิเมชั่นร่วม10ปีได้
แต่อยู่ในสายที่ ผลงานของเขาจะอยู่ใต้ผิวงานที่ถูกออกมาเผยแพร่
และ เป็นคนขยันมาก ถึงจะไม่ได้พัฒนามาก แต่ตอนนี้ก็ยังฝึกมือมาอยู่เรื่อยๆ

ฉนั้น เรื่องผิดถูกนั้นอีกเรื่องหนึ่ง
แต่ถ้าเป็นเรื่องคุณสมบัติ

เขามีมากพอที่จะออกความเห็นนั้นมาครับ

 


 

ทีนี้ ขอเข้าเรื่องที่อยากจะพูด

ขอบอกก่อนว่า

สมรรถภาพของโรงเรียนสอนศิลปะ
สามารถส่งผลถึงคนที่จะมาทำงานสายนี้ได้ครับ

ในบทความคราวก่อนที่ผมได้เขียนไว้
ผมได้อธิบายไปแล้วว่า

การวาดรูประบายสี มันไม่ใช่แค่เรื่องการเอาสีมาป้ายๆแล้วก็จบ
มันเป็นศาสตร์ที่มีการสืบทอดและพัฒนามาเป็นพันๆปี

ฉนั้น

สถาบันที่บุคคลนั้นเข้าไป
จะส่งผลถึงความสามารถของบุคคลนั้นโดยตรง

เช่น

คุณเรียนมากับใคร
มีเวลาให้ฝึกมากแค่ไหน
แนวงานที่สอน
และอื่นๆ

ซึ่ง ในหลายๆเรื่อง

…..ถึงจะไม่ทั้งหมด แต่โรงเรียนเขาก็มีเรื่องขัดสนจริง
และไม่ได้เป็นแต่โรงเรียนในไทยด้วย
ญี่ปุ่นก็มี ตะวันตกก็มี

ยกตัวอย่าง

สอนวาดภาพนู้ดในอาคารเรียนไม่ได้ บ้าง
อาจารย์บางคนมีฝีมือ แต่สอนไม่เก่ง บ้าง
ไม่มีสอนแนวงานที่อยากจะเรียน บ้าง

และอื่นๆ

ตรงนี้ขอย้ำว่าไม่ใช่ทั้งหมดที่เป็นปัญหา
อาจารย์ที่สอนเก่งสุดยอดก็มี

แต่คนที่เคยเข้าไปเรียนจริงก็น่าจะรู้กันว่า
มันจะมีเรื่องหลายๆเรื่องที่ทำให้การเรียนในโรงเรียนอย่างเดียว
ไม่สามารถพัฒนาฝีมือไปสู่จุดเป้าหมายได้

คนที่เรียนศิลปะ จึงจะต้องสามารถเรียนรู้เอาเอง
นอกจากที่โรงเรียนสามารถมอบให้ได้

—-

แต่ว่า

ในขณะเดียวกัน
มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ว่า แค่ฝึกให้หนักแล้วจะทำได้

เพราะการฝึกโดยไม่มีพื้นฐานความรู้และแบบแผน
มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการงมเข็ม
ฝึกให้ตายฝีมือก็ไม่พัฒนา

ซึ่ง

เรื่องที่เป็นพื้นฐานนั้น
เป็นสิ่งที่โรงเรียนสามารถปูสอนให้ได้

ฉนั้น

ถ้าถอดเรื่องความพยายามออกไปแล้ว

สมรรถภาพในการสอนของโรงเรียน
จึงเป็นเรื่อง
มีผลอย่างมาก
ถึงความสามารถของศิลปินในอนาคต


 

ทีนี้ ขอพูดเรื่องพรสวรรค์หน่อยครับ

เป็นที่แน่นอนว่าครับว่า พรสวรรค์ มีส่วนที่เข้ามาเกี่ยวด้วย
คนที่ฝึกให้ตาย แต่ไม่เก่งก็มี

คนที่ฝึกเอง แต่เป็นและเก่งก็มี

ทำให้มีความเห็นแนวที่ว่า

คนอย่าง […….] เขาไม่ได้เรียนมายังทำได้เลย

………………………………….
…………………………..
……………………
…………….
……..

……ผมขอด่าคนพูดหน่อยครับว่า

มันไม่ได้ต่างอะไรกับการพูดว่า
บิลเกตไม่จบมหาลัย
ยังก่อตั้งไมโครซอฟท์ได้เลย

——–

ปัจจัยสำคัญนั้นไม่ได้อยู่ที่ว่าเขาเรียนตรงมาในมหาลัยหรือเปล่า

ปัจจัยสำคัญมันอยู่ที่
เขามีศักยภาพในการเรียนรู้มากพอที่จะทำเองได้

โดยไม่ต้องเรียนในสถาบันการศึกษาหรือไม่

ซึ่ง

ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถจะทำได้

คือ

คนที่ทำได้ก็ดีไปครับ

แต่คนที่ทำได้เขาเป็นแค่ส่วนยอดของปีรามิด
และพวกเขาก็เรียนรู้มาถึงจะทำได้
เพียงแต่มันไม่ใช่ในรูปแบบการเรียนในโรงเรียนสอนศิลปะ

——

และนี่ ไม่ใช่แต่เรื่องศิลปะด้วย
วงการอาชีพไหนๆก็เหมือนกัน

ถ้าเป็นแค่ความรู้อย่างเดียว ส่วนใหญ่คุณไปหาซื้อหนังสื่อมาอ่าน
คุณก็สามารถใช้พัฒนาความรู้ความสามารถได้แล้ว
แต่ถ้าคุณศึกษาเองไม่ได้ โรงเรียนก็จะเป็นสถานที่ๆสามารถปูพื้นขึ้นมา
เพื่อที่จะให้บุคคลนั้นสามารถต่อยอดเองในอนาคตได้

ฉนั้น

ขอพูดย้อนอีกครั้งว่า

สมรรถภาพในการสอนของโรงเรียน
เป็นเรื่องมีผลอย่างมาก
ถึงความสามารถของศิลปินในอนาคต

 


 

ทีนี้ ขอพูดเรื่องสไลด์เจ้าปัญหา

ก็อย่างที่พูดไปตอนต้นนะครับว่า
มีทั้งเรื่องที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

อันนี้ขอพูดเรื่องเดียวที่ติดใจ

คือเรื่อง โรงเรียนไม่สอน StoryBoard
แล้ว หัวหน้าในบริษัทพูดมาว่า โรงเรียนไม่ได้สอนเหรอ?

……..ฉันจำไม่ได้ว่าตอนเรียนเธอเอกสายไหน…..
……………แต่เขาสอนนะเธอว์

สำหรับท่านที่อยู่นอกสายงาน ขออธิบายสั้นๆครับว่า
StoryBoard คือการเล่าเรื่องย่อด้วยภาพ
ซึ่งจะใช้กันหลักๆในสายงานภาพยนตร์
อย่าง งานอนิเมชั่น ถ่ายโฆษณา จะใช้กัน

แล้วทีนี้ ปัญหามันมีอยู่ว่า

StoryBoard เป็นของที่
ไม่มีมาตรฐานอุตสาหกรรม
แต่มันมีมาตรฐานบริษัทครับ

กล่าวคือ มันเป็นของที่รูปแบบไม่ตายตัว
ถึงจะเขียนออกมาห่วย แต่เขียนมายังไงก็ไม่ผิด
แต่ถ้าคุณไปทำงานทีมงานหรือบริษัทไหน
ที่แห่งนั้นจะมีมาตรฐานที่ตัวเองใช้อยู่

ซึ่ง

สำหรับหลายๆที่
นอกมาตรฐานบริษัท = ทำไม่เป็น/โรงเรียนไม่ได้สอน

แล้ว

…..อันที่จริง ตรงนี้จะว่าโรงเรียนก็ไม่ได้
เพราะมันก็ไม่มีทางที่เขาจะมาสอนให้ตรงกับมาตรฐานของทุกที่

เพราะเขาทำได้มากสุด คือสอนคอนเซ็ปต์พื้นฐานให้
แล้วให้นักเรียนมาลองทำเอาเองครับ

 


 

ขอพูดสรุปครับ

ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณจะมีศักยภาพที่สามารถเรียนเอาเองได้

สมรรถภาพของโรงเรียน
จะมีความสำคัญอย่างมาก


และในขณะเดียวกันผู้ที่ศึกษา

ก็จะต้องเรียนเอาเองได้
ในรูปแบบที่มีประสิทธิภาพด้วยครับ

 


 

—นอกเรื่องหน่อย—

อยากจะให้คนสายบริหารเรียนรู้เรื่องPreproductionกันหน่อย
เพื่อจะได้ไม่มาทำตัวเป็นลูกค้าผู้น่ารักด้วยครับ

 

 

 

Advertisements

1 Comment »

  1. Survival of the fittest ครับ จริงอยู่ว่าสถาบันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาของตัวบุคคล แต่การที่ตัวบุคคลพัฒนาไม่ได้ ไม่ใช่ความผิดของสถาบันหรือระบบเลยครับ เจ้าของดราม่านี้พยายามจะบอกหรือชี้จุดด้อยของระบบ ซึ่งคนที่จะเขียนวิจารณ์เชิงนี้ได้ ควรจะเข้าใจ และเข้าไปศึกษาทั้งระบบมาแล้ว ไม่ใช่แค่ผ่านเศษเสี้ยวหนึ่งของระบบ แล้วจึงนำมาวิจารณ์ครับ

    การที่เป็นเพื่อนกัน อาจทำให้คุณมีความเห็นที่เอนเอียงหรือเปล่า แต่เท่าที่ผมเห็นงานของเจ้าของดราม่า เค้ายังไม่ดีพอจะออกมาวิจารณ์เรื่องนี้ครับ เค้าอาจจะอยู่ในวงการมานานในระดับหนึ่ง แต่ตรงนั้นไม่ใช่ตัวชี้วัดความเหมาะสมในเรื่องนี้ครับ ถ้าให้เปรียบ ก็เปมือนช่างที่ทำงานประกอบชิ้นส่วนบางส่วนของรถมา 10-20 ปี ไม่ได้หมายความว่าช่างคนนั้นจะรู้เรื่องรถทั้งคันเป็นอย่างดีนะครับ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s